HOME
เกี่ยวกับเรา
วิธีการชำระเงิน
Google
BLISS TRIP AIR TRAVEL ยินดีให้บริการค่ะ
   

เนปาล
กาฐมาณฑุ-บักตาปูรณ์-ยอดเขาเอเวอเรส-ปาทาน-ช้อปปิ้งย่านทาเมล
3 คืน 4 วัน  โดย Royal Nepal Airlines(RA)

ขอนำท่านเดินทางสู่ประเทศเนปาล  สัมผัสกับวัฒนธรรมประเพณี ชมทัศนียภาพที่งดงามของ  เทือกเขาหิมาลัย  ที่ได้ชื่อว่าหลังคาโลก  พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารเลิศรส  สนุกสนานกับทีมงานมัคคุเทศก์ที่คอยดูแล  เอาใจใส่ท่านตลอดการเดินทางนำเที่ยวโดยทีมงานที่ชำนาญพื้นที่โดยเฉพาะ 
กำหนดวันเดินทาง : ออกเดินทางได้ทุกวัน


วันแรก                   กรุงเทพฯ – เนปาล – กาฐมัณฑุ – เจดีย์สยมภูนารท – วัดลิง

11.30 น.                 เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แถว W เคาน์เตอร์ 6-8 ประตูทางเข้าที่ 10 โดยสายการบินรอเยลเนปาล แอร์ลาย  เจ้าหน้าที่ตอนรับและอำนวยความสะดวกแก่ท่าน
13.50 น.                 ออกเดินทางสู่เมืองกาฐมาณฑุ  เที่ยวบินที่ RA 402 ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมง (รับประทานอาหารกลางวันบนเครื่อง)
16.00 น.                 ถึงสนามบินตรีภูวัน  ประเทศเนปาล(เวลาท้องถิ่นของเนปาล  ช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง 15 นาที กรุณาปรับนาฬิกาของท่านให้เข้ากับเวลาท้องถิ่นเนปาล เพื่อสะดวกต่อการนัดหมาย)  หลังจากผ่านคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว  นำท่านเดินทางสู่ “สวยมภูนารถ”เพื่อขึ้นไปนมัสการ เจดีย์สยมภูนารท (Swayambhunath) หรือ “วัดลิง” ที่มีอายุกว่า 2,500 ปี  เล่ากันว่าสถานที่บรรจุพระสารีริกธาตุของพระโมคคลา และพระสารีบุตร  สถานที่แห่งนี้มีการผสานระหว่าง 2 ศาสนาได้อย่างลงตัว  ศาสนา 1 คือพุทธศาสนาแบบตันติหรือตัวตระ  สืบสายมาจากทิเบต  และอีกศาสนาหนึ่งคือ ฮินดู สำหรับผู้ถือ พระปิจัสวารี  ผู้รักษาและอำนวยพรให้ดับคนป่วยไข้  ทุกเช้าของวันอาทิตย์และวันอังคารชาวบ้านจะนำไก่หรือแพะมาบวงสรวง(สังเวย) 


วันที่สอง                กาฐมัณฑุ-เทพธิดาพรหมจรรย์-กาฐมณฑป-พระราชวังหนุมานโดก้า-วิหารเตเลจู-เมืองปาทัน-เจดีย์มหาพุทธ-วิหารทองคำ-วัดกุมบาซอร์-เมืองโกดาวารี

เช้าตรู่                     **รายการพิเศษ***นำท่านนั่งเครื่องบินเที่ยวพิเศษชมและถ่ายรูปในมุมพิเศษของเทือกเขาหิมาลัยและ“ยอดเขาเอเวอร์เรส”(Mount Everest) ความสูง  8,848 เมตรจากระดับน้ำทะเล (29,028 ฟุต) เป็นจุดสูงสุดของโลก  ในมุมมองที่พิเศษที่สุดกว่าที่ไหน ๆ ในเนปาล ***ท่านที่ต้องการนั่งเครื่องบินให้แจ้งกับหัวหน้าทัวร์ล่วงหน้า*** หมายเหตุ รายการนี้ไม่รวมในค่าบริการทัวร์สำหรับนั่งเครื่องบินท่านละ  130 เหริยญสหรัฐ  โดยเริ่มเวลา  06.00 น. –  07.00 น. (เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศ)
07.00 น.                 บริการอาหารเช้า  ณ  ห้องอาหารโรงแรม
เช้า                          เดินทางสู่ตัวเมืองเก่า ชมพระราชวังแห่งเมืองกาฐมัณฑุ เริ่มจากตัวเมืองท้องสนามหลวง ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าของประเทศไทยเรา  เนื่องจากตัวพื้นที่มีจำกัด ปัจจุบันสถานที่ที่แห่งนี้จะเปิดให้ประชาชนทั่วไป นำสินค้าพวกของที่ระลึกมาวางขายให้กับนักท่องเที่ยว  และบางครั้งก็จะใช้สำหรับเรียกประชุมชาวบ้าน  อาทิ  เมื่อมีการฉีดวัคซีนให้กับเด็ก ๆ เป็นต้น  ถัดจากนั้น ชมบ้านเทพธิดา เตเลจู(เทพธิดาพรพรหมจรรย์)  เด็กสาวตัวน้อยที่ถูกลิขิต  ตามความเชื่อครั้งโบราณมาว่า   นางคือภาคหนึ่งแห่งเทพธิดาเตเลจูที่มายังโลกมนุษย์  เพื่อเป็นผู้ปกปักรักษาพระเจ้าแผ่นดิน และประเทศเนปาล เด็กน้อยผู้นี้ต้องพำนักอยู่ในบ้านนี้ตลอด  โดยไม่สามารถเยี่ยงกรายออกไปที่ไหนได้ จะมีเพียง 1 วันในหนึ่งปีคือช่วงเทศกาลอินทรจักรตรา  ตราบจนถึงวาระแห่งความเป็นสาวเต็มตัวเด็กน้อยผู้นี้จึงจะพ้นจากตำแน่ง และจะมีการหาผู้อื่นมาสืบแทน  ความเชื่อนี้สืบทอดมานานกว่าพันปี  จากนั้นเราเดินทางต่อเพื่อชม “กาฐมณฑป”  อาคารไม้หลังใหญ่ซึ่งเชื่อกันว่า  สร้างมาจากต้นสาละเพียงต้นเดียว ตรงกลางจะประดิษฐานเทวรูปมาจูคเณช  ซึ่งเล่ากันว่าทำด้วยทองคำ  ชื่อแห่งเมืองกาฐมัณฑุมีความหมายว่า “บ้านหลังใหญ่”  โดยนำมาจากชื่อสถานที่แห่งนี้  จากนั้นนำท่านเดินชมวิหารหลังใหญ่น้อยที่เรียงรายอยู่ตรงรอบเขตพระราชวัง  มีวิหารที่น่าสนใจสองหลัง คือ  วิหารพระศิวะ  พระวิษณุ  พระอิศวร  วิหารศิวะและพระนางปรามาตี  ยืนคู่กันตรงขอบหน้าดูแล้วให้นึกว่าเทพเจ้ามายืนดูเราอย่างนั้นแหละ  และเดินเรื่อย ๆ ผ่านกลองหนังใบใหญ่ที่จะใช้ตียามเกิดเหตุการณ์สำคัญ  อาทิ  ปราบดาภิเษก  เป็นต้น  ผ่านหน้าบรรณใหญ่ซึ่งภายในมีภาพสลัก  กาฬไภยราพ (องค์ขาว)  เป็นหน้ากากสีทองลงสีสันต่าง ๆ ของช่วงลำคอและใบหน้าได้อย่างสวยงาม  ถัดมาเป็นกาฬไภยรพ (องค์ดำ) เต็มองค์ที่ปลายเท้าจะเยียบยืนอยู่บนร่างมนุษย์  ชาวเนปาลเชื่อว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความยุติธรรม  โดยหากผู้ใดได้เชื่อว่ากระทำผิดแต่ไม่รับสารภาพ  จะนำคนนั้นมากล่าวต่อหน้ารูปสลัก  หากผู้นั้นกล่าวเท็จจะถูกลงทัณฑ์จากเทพเจ้าจนถึงแกชีวิต  จากนั้นชม “พระราชวังหนุมานโดก้า”  เดิมใช้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์  แต่ปัจจุบันได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจะเปิดให้เข้าเฉพาะช่วงเช้าของทุกวัน นอกจากนี้ยังเป็นที่ปราบดาภิเษกพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่  ด้านหน้าประตูทางเข้าจะมีรูปปูนปั้นในลักษณะท่านั่ง  ใบหน้าปิดด้วยผ้าแดงซึ่งดูยากมากว่านี่หรือคือองค์หนุมาน  ถัดไปไม่ไกลคือ  วิหารเตเลจู  ซึ่งเป็นพระวิหารหลวงที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ปีละครั้งในช่วงประมาณเดือนตุลาคมซึ่งในการนี้จะมีการอันเชิญกุมารีออกมาจากที่พำนักและมีการแห่ไปรอบเมือง  เพื่ออำนวยพรให้กับพระราชา  พระราชินี  เชื้อพระวงศ์และประชาชนชาวเนปาล  ให้ประสบแต่ความสุขโดยถ้วนทั่วกัน  ถัดจากตัวมหาวิหารจะมีวิหารเล็ก  2 หลัง  คือ วิหารจานารถและมณฑปโกปินารถ  ซึ่งมีอายุเก่าแก่ประมาณเดือนตุลาคม  1,500  ปี  วิหาร 2 หลังนี้มีสภาพค่อนข้างทรุดโทรม  แต่ยังคงความสวยงามของภาพแกะสลักนูนต่ำ
บ่าย                         นำท่านเดินทางสู่ “เมืองปาทัน (Patan)” เมืองที่มีความงดงามจนได้สมญานามว่า”ลลิตปุร์” เมืองนี้ขึ้นชื่อทางด้านทองเหลือง  และยังเป็นดินแดน 1 ใน 4 แห่งศิลปะอันวิจิตรของนครโบราณแห่งหุบเขากาฐมัณฑุ  เมืองนี้มีวัดที่สำคัญอยู่ 3 แห่ง  วัดแรก คือวัดคราบาฮ์(Kwa Bahal) หรือวิหารทองคำ-วิหารเงินเป็นวัดทางพุทธศาสนา  หลังคามีการประดับอย่างสวยงามด้วยแผ่นทองคำติดเป็นทางยาวจากยอดหลังคาจรดพื้น บนแผ่นทองคำยังมีการแกะสลักลวดลายให้ดูงดงามแปลกตา แผ่นทองนี้เชื่อว่าทอดลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึง  รองรับพระบาทองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อครั้งเสร็จกลับมายังโลกมนุษย์หลังจากโปรดพระมารดา อีกทั้งผู้ที่นับถือพุทธศาสนาและพำนักอยู่ในละแวกนี้จะไม่ฆ่าสัตว์  และยังนำมาปล่อยที่วัดนี้เป็นจำนวนมากมีทั้ง นก,เต่าและหนู ผู้ที่เข้าชมจะไม่อนุญาตให้นำสิ่งของที่ทำจากหนังสัตว์เข้าไปภายในวัดนี้  วัดที่ 2 คือเจดีย์มหาพุทธ (Maha Budha)  ซึ่งเลียนแบบองค์เจดีย์พุทธคยาในเมืองพุทธคยา ณ ประเทศอินเดีย  ตัวเจดีย์ประดับด้วยพระพุทธรูปปั้นรอบองค์กว่า 10,000 องค์   รอบองค์เจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องดินเผา สลักรูปพระพุทธเจ้าปางขัดสมาธินับพันชิ้นเรียงรายจนถึงยอดบน ด้านข้างจะมีวิหารองค์น้อยจำลองรูปสลัก ตอนประสูติของพระพุทธเจ้า จำลองมาจากเมืองลุมพินี  ประเทศเนปาล  ถ้ายังพอมีเวลาและยังไม่เหนื่อยเกินไป เชิญท่านชมวัดที่ 3  คือ  วัดกุมบาซอร์(Kumbeswar)  สร้างจากความเชื่อในศาสนาฮินดูพบในปี 1392 ถือเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองปาทันที่ยังคงความสมูรณ์และความสวยงามอย่างมาก รูปปูนปั้นเทพเจ้าองค์ต่าง ๆ มีการตกแต่งลงสีอย่างงดงาม  แบบอินเดีย  จากนั้นให้ท่านได้แวะซื้อของที่ระลึกในหมู่บ้านหัตกรรม  ซึ่งจะมีร้านค้าต่าง ๆ อาทิ  ร้านจำหน่ายเครื่องประดับ  ร้านจำหน่ายพรมของชาวทิเบตที่อพยพมาพำนักในเนปาล  พรมที่นี่มีชื่อเสียงมากและเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างรายได้ที่ดี  นอกจากนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าจำพวกไม้และงานทองเหลือง ฯลฯ  ที่นี่ราคาอาจไม่ถูกนักแต่คุณภาพดีและเป็นสถานที่ส่งเสริมงานจากกลุ่มแม่บ้าน
บ่าย                         นำท่านเดินทางสู่ เมืองนากาโก๊ด  ซึ่งอยู่ห่างจากกาฐมัณฑุเพียง 45 นาที ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย  ซึ่งท่านจะได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงาม และแสนโรแมนติค ของเทือกเขาหิมาลัยตลอดแนวตั้งแต่ฝั่งตะวันออกจรดฝั่งตะวันตก  ซึ่งมีแนวทิวเขายาวนับพันกิโลเมตร  โดยในวันที่อากาศปลอดโปร่ง  ท่านอาจจะได้เห็นภาพที่สวยงามของ เทือกเขาหิมาลัย ได้อย่างชัดเจน  เดินลัดเลาะตามหมู่บ้าน  สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบชาวบ้าน  นำท่านเข้าสู่ที่พัก  อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย


วันที่สาม                เมืองบักตาปูร์ –ประตูทองคำ และ หน้าต่าง 55 พระแกล-สระนาคบาศก์-วิหารนาตาโปลา-วัดปศุปฏินารถ-วัดพุทธนารถ-ถนนทาเมล

05.00 น.                 อรุณสวัสดิ์ยามเช้าอันสดชื่น  รับแสงแรกแห่งดวงอาทิตย์  ในวันที่อากาศดีท่านจะได้ชมความงดงามที่สุดจะบรรยายเมื่อแสงสีทองดังเส้นไหมตัดเรียบระหว่างขอบฟ้ากับภูเขาสูงชัน  เพียงไม่นานภูเขาทั้งลูกก็แปรเปลี่ยนเหมือนดังมีใครนำผ้าทองผืนใหญ่มาปกคลุมไว้เกือบทั้งแนวเขา  และค่อย ๆ แปรเปลี่ยนทีละน้อยเป็นสีขาวสุกของหิมะที่ทับถมอยู่เป็นพัน ๆ ปี  หากท่านมีโอกาสท่านอาจจะได้ชมยอดเขาเอเวอร์เรสแม้จะเพียงจุดเล็ก ๆ แต่ก็ภาคภูมิใจที่ได้มาชม **(ท่านจะสามารถเห็นยอดเขาเอเวอร์เรส  และเทือกเขาหิมาลัยตลอดแนวได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละวัน)
เช้า                          บริการอาหารเช้า  ณ  ห้องอาหารของโรงแรม  นำท่านเดินทางกลับเข้าสู่เมือง  กาฐมัณฑุ  อีกครั้งหนึ่งระหว่างทางจะนำท่านชม  “เมืองบักตาปูร์”  นครหลวงแห่งที่  2  ของประเทศ  ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกกับองค์กรสหประชาชาติ  เมืองนี้มีความงามด้านไม้แกะสลัก  งานไม้ที่ขึ้นชื่อคือรูปสลักหน้าต่างเป็นรูปนกยูง  ซึ่งตัวนกแกะเป็นนูนสูง จากตัวเนื้อไม้  และรอบๆยังฉลุลายต่าง ๆ เอาไว้  นำท่านเข้าสู่ย่านตัวเมืองเก่า นำท่านชมพระราชวังโบราณ  แห่งเมืองบักตาปูร์  ที่ได้สร้างตามแบบศิลปะแบเนปาลขนานแท้  ประทับใจไปกับความสวยโดดเด่น  ชมประตูทองคำและหน้าต่าง 55 พระแกล แต่ละบานฉลุลายโปร่งแบบอินเดีย ตัวพระราชวังแห่งนี้ได้ถูกทำลายเมื่อครั้งเกิดแผ่นดินไหว ครั้งใหญ่ปี 1934  ต่อมาได้ถูกบูรณะขึ้นด้วยเงินทุนจากทาง  UNESCO  ตรงขอบประตูทางเข้าของพระราชวังมีการนำแผ่นทองคำมาห่อหุ้มทำให้ได้สมญานามว่า”ประตูทองคำ” แผ่นทองคำนี้มีการจำหลักรูปเทพเจ้าและของศักดิ์สิทธิ์  เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ผู้ที่เดินเข้าออก นำท่านเดินเข้าไปชมด้านในของตัวอาคาร  ท่านจะพบประตูอีกบานหนึ่ง ซึ่งบนซุ้มประตูมีเครื่องแกะสลักลวดลายอ่อนช้อยวิจิตรบรรจง และมีอยู่เพียงชิ้นเดียวในโลกเท่านั้น สืบเนื่องจากช่างผู้ทำ เมื่อทำเสร็จแล้วพระราชาจะมีพระบัญชาให้ตัดมือทั้ง  2  ข้างทิ้ง  และควักนัยน์ตาทั้ง  2  ของช่างผู้นั้นออก  ถัดจากที่แห่งนี้ไม่ไกลมีห้องสรง  ซึ่งเป็นสระน้ำขนาดใหญ่มีชื่อเรียกว่า  “สระนาคบากศก์”  ด้านบนจะมีพญานาคใหญ่แผ่เบี้ยออกเพื่อปกปักรักษาและอำนวยพรให้กับพระมหากษัตริย์  น้ำในสระนี้เล่ากันว่าเมื่อถึงฤดูหนาว  น้ำในสระจะอุ่น  เมื่อเข้าฤดูร้อนน้ำในสระจะเย็น  นำท่านเดินออกจากตัวพระราชวังเพื่อชมความยิ่งใหญ่ของวิหารนาตาโปลา มีความสูงถึง 98 ฟุต  หรือประมาณ 30  เมตร  ถือได้ว่าเป็นวิหารที่สูงที่สุดในประเทศเนปาล  แต่ละชั้นของบันได  จะมีรูปปั้นของเทพต่าง ๆ อาทิ  พญาครุฑ, ยักษ์,  คนทัณฑ์  เป็นต้น  หากพอมีเวลานำท่านไปชม  หมู่บ้านช่างปั้นหม้อ  เพราะนอกจากเมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องงานไม้แล้วเรื่องงานปั้นก็งดงามไม่แพ้กัน  ให้ท่านได้ชมวัดพระแม่อุมาเทวี  ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามที่สุดในเนปาล
บ่าย                         นำท่านเดินทางสู่ศาสนสถานฮินดูสำคัญแห่งหนึ่ง  ซึ่งชาวฮินดูที่พำนักในประเทศต่าง ๆ ต้องถือโอกาสสักครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะมากราบนมัสการ  เพื่อขอพร ณ ที่แห่งนี้เพราะเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก วัดนั้นคือ  วัดปศุปฏินาถ(Pasupatinath) เนื่องด้วยเราเป็นพุทธศาสนิกชน จึงไม่อาจได้รับอนุญาตให้เข้าชมความงามภายในได้ แต่เราสามารถจะได้ชมความงามบางส่วนได้จากภายนอก   โดยเฉพาะพิธีกรรมที่ประกอบอยู่ภายนอกสถานที่แห่งนี้  ถัดไปไม่ไกลนัก คือวัดพุทธนารถ (Bouddhanat)  วัดนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านของชาวทิเบตที่อพยพมา  ภายนอกวัดโดยเฉพาะตามบ้านเรือนต่าง ๆ  จะประดับประดาด้วยธงทิวสีต่าง ๆ เพื่อเป็นการบูชาธาตุดิน  น้ำ  ลม  ไฟ  และอากาศ  ในผืนผ้าจะลงอักขระ  ซึ่งเชื่อกันว่าเมื่อลมพัด  1  ครั้ง  เท่ากันเราได้สวดมนต์  1  จบ  และมนต์ที่สวดนั้น  สุดยอดของ  84,000  พระธรรมขรรค์  ภายในวัดนอกจากมีพระมหาเจดีย์ประดิษฐานอยู่กลางวัดแล้วยังมีพระอารามที่ประดิษฐานพระอวโลกิเตศวร  หรือเจ้าแม่กวนอิมปางพันมือองค์ใหญ่อยู่ภายในอารามแห่งนี้ องค์ดาไลลามะเคยเสร็จมาประทับเมื่อครั้งลี้ภัยมาจากทิเบต ก่อนที่จะไปประทับเป็นการถาวรที่เมืองดลัมศาลา ในประเทศอินเดีย  หากท่านใดประสงค์จะสวดมนต์  84,000  พระธรรมขรรค์แบบทางลัด  ก็เชิญท่านหมุนกงล้อยักษ์  โดยท่านต้องเดินตามเข็มนาฬิกาเป็นจำนวน  3  รอบ  ภายในกงล้อได้มีการบรรจุมนตรา  84,000  พระธรรมขรรค์ไว้ภายในเช่นกัน ได้เวลาพอสมควรนำท่านสู่ย่าน“ถนนทาเมล” ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองนานาชนิดที่ใหญ่ที่สุด ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้านานาชนิด  เป็นของฝากที่ระลึกตามอัธยาศัย  เช่น  ลูกปัดหรือสร้อยคอที่ร้อยจากหิน, ผ้าทอพื้นเมือง, พรมจากขนจามรี, ตุ๊กตาไม้แกะสลัก, เครื่องเขิน ฯลฯ  หรือหากท่านชื่นชอบสินค้าแบรนแนม ก็หาซื้อได้ในย่าน NEW ROAD ที่มีสินค้าชั้นนำของแท้จากทั่วทุกมุมโลกจำหน่ายในราคาสุดพิเศษ  อาทิ  ผ้าตัดสูทจากอิตาลี, อังกฤษ  และญี่ปุ่น  กระเป๋าเดินทางชั้นนำของ  Samsonite, Delsey  แว่นตาจาก Dunhill,  Roadastock  ปากกาดูปองต์, มองบลังต์, น้ำหอม และเครื่องสำอางชั้นนำ


วันที่สี่                     กาฐมัณฑุ – กรุงเทพฯ

05.30                      บริการอาหารเช้า  ณ  ห้องอาหารของโรงแรม 
06.00                      นำท่านเดินทางสู่สนามบิน
08.30 น.                 เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ  โดยสารการบิน Royal Nepal Airlinesเที่ยวบินที่ RA 401
12.50 น.                 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
หมายเหตุ               ***ขอสงวนสิทธิ์ในหารเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินทั้งไปและกลับโดยมิต้องแจ้งล่วงหน้า

อัตราค่าบริการ ต่อท่านสำหรับห้องคู่ (ออกเดินทางได้ตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไป)


Hotel

Twin Sharing

Single sup (เพิ่ม)

2*+ (Marshyangdi-KTM / Country Villa-Nagarkot)

19,700.- บาท

2,250.- บาท

4 *+ (Grand-KTM / Chautari Keyman-Nagarkot)

20,900.- บาท

          2,800.- บาท

5 * (Raddisson-KTM / Club Himalaya-Nagarkot)

21,990.- บาท

3,350.- บาท

อัตรานี้รวม

อัตรานี้ไม่รวม

เอกสารในการประกอบการยื่นวีซ่าเนปาล

การชำระเงิน
                ทางบริษัทฯ จะขอเก็บเงินค่ามัดจำเป็นจำนวน 10,000 บาท ต่อผู้โดยสารหนึ่งท่านสำหรับการจองทัวร์ส่วนที่เหลือจะขอเก็บทั้งหมดก่อนเดินทางอย่างน้อย 14 วันทำการ (ไม่นับรวมวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)  มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่ามัดจำทั้งหมด

การยกเลิก

หมายเหตุ